การประชุมของ BoC และ FOMC ยังมีความสำคัญกับนักลงทุนอยู่หรือไม่

November 05, 2020

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังอยู่ในจุดที่น่าติดตามเป็นอย่างมากแม้จะยังไม่ทราบผลแพ้ชนะอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนว่าภายในช่วงหัวค่ำวันนี้ตามเวลาประเทศไทย ชาวโลกน่าจะได้ทราบผลที่ไม่น่าจะมีอะไรผลิกโผอีกแล้วว่าใครคือประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไป แน่นอนว่าตอนนี้โดนัลด์ ทรัมป์เริ่มเดินเกมในรูปแบบของเขาแล้ว หลังจากที่โจ ไบเดนได้รับชัยชนะในรัฐวิสคอนซิน ตอนนี้ทรัมป์กำลังโวยวายเรียกร้องให้มีการนับคะแนนทางจดหมายของรัฐนั้นใหม่และทำใจไว้ได้เลยว่าเราจะได้เห็นพฤติกรรมเช่นนี้กับรัฐอื่นๆ ที่ตกเป็นของโจ ไบเดนด้วยเช่นกัน

แม้ว่านักวิเคราะห์หลายคนจะประเมินไว้ว่าสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้คือสภาสูงและสภาล่างจะแบ่งข้างในระดับที่เกือบจะเท่ากัน แต่ตลาดหุ้นอย่างดัชนีดาวโจนส์ กลับสามารถทะยานขึ้นได้มากกว่า 700 จุดท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้นักวิเคราะห์มองว่าไม่ว่าการปกครองจะออกมาในรูปแบบใด (ฝั่งเดโมแครตได้ทำเนียบขาวไปในขณะที่รีพับลิกันได้ที่นั่งในสภามากกว่าหรือรีพับลิกันได้ทำเนียบขาวและที่นั่งในสภามากกว่า) ทั้งสองสถานการณ์ต่างก็ยังเป็นผลดีต่อตลาดหุ้น

หากไบเดนคือผู้ที่ได้ตำแหน่งประธานาธิบดีไปครอง เราเชื่อว่าเขาจะยังไม่เริ่มต้นการเป็นประธานาธิบดีด้วยการขึ้นภาษีและเปลี่ยนแปลงกฎหมายบางมาตราในเร็วๆ นี้ในขณะที่หากทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีต่ออีกหนึ่งสมัย นโยบายและการบริหารของเขาจะเป็นมิตรกับธุรกิจและตลาดหุ้นมากกว่า นอกจากนี้ตลาดหุ้นยังได้รับข่าวดีที่ผู้ลงคะแนนโหวตของรัฐอิลลินอยส์ไม่เอาการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปรับภาษีที่จะส่งผลให้ภาษีค่อยๆ ปรับสูงขึ้นสำหรับผู้ที่มีรายได้เกิน $250,000 จากเดิมที่คงที่อยู่ในอัตรา 4.95% ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประชาชนโหวตไม่ให้สิทธิพิเศษเพิ่มเติมกับธุรกิจส่งอาหารอย่างอูเบอร์ (NYSE:UBER ) ลิฟต์ (NASDAQ:LYFT ) และดอร์เดช

กราฟคู่สกุลเงินหลายตัวบนตลาดฟอเร็กซ์อย่างเช่นEUR/USD ,USD/JPY ,USD/CHF และUSD/CAD ไม่ได้วิ่งขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐฯในขณะที่กราฟGBP/USD ปรับตัวลดลงก่อนการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และกราฟAUD/USD กับNZD/USD ปรับตัวขึ้นต่อ กราฟดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ยังคงผันผวนรุนแรงเพราะผลการเลือกตั้งยังไม่นิ่งและคาดว่านักลงทุนจะยังไม่ทำอะไรไปจนกระทั่งถึงวันศุกร์เพราะหลายฝ่ายประเมินว่ากว่าจะได้ทราบคะแนนของรัฐเพนซิวาเนียก็อาจจะต้องรอไปจนถึงวันนั้น ในขณะเดียวกันเลขาธิการแห่งรัฐมิชิแกนแสดงความเห็นว่าอาจจะได้รู้ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการจริงๆ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยปกติแล้วดอลลาร์มักจะวิ่งตามกราฟผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฯ แต่ครั้งนี้ถือว่าแปลกที่ดอลลาร์ไม่ทำเช่นนั้นทั้งๆ ที่กราฟผลตอบแทนฯ ปรับตัวลดลงไปแล้ว -10%

ย้อนกลับที่หัวข้อของบทความในวันนี้ หากถามฉัน (ผู้เขียน) ว่าการประชุมของ BoC และ FOMC วันนี้สำคัญหรือไม่? ฉันจะตอบว่าการประชุมของ FOMC ไม่สำคัญแต่ BoC ถือเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองรายงานตัวเลขล่าสุดของสหรัฐฯ ยังไม่เลวร้ายเท่าไหร่ ตัวเลขกิจกรรมในภาคการผลิตดีขึ้น ตัวเลขในภาคบริการคงที่แต่ไม่หดตัว ตลาดหุ้นก็ยังสามารถวิ่งขึ้นลงในช่วงสองวันที่ผ่านมาได้อย่างสนุกสนาน ขาลงของกราฟผลตอบแทนพันธบัตรฯ ยิ่งทำให้การกู้ยืมง่ายขึ้นและความสนใจของนักลงทุนก็ยังอยู่ที่การเลือกตั้งมากกว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากเหตุผลที่กล่าวมาจึงแทบไม่มีความจำเป็นที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ต้องดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม ที่ผ่านมาธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ย้ำอยู่ตลอดว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงที่เหมือนเดิมไปอีกนานและการประชุมครั้งนี้ก็คงจะพูดย้ำให้ฟังชัดๆ อีกครั้งหนึ่ง

แต่สถานการณ์ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoC) กลับน่าจับตามองมากกว่าเพราะนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า BoE จะผ่อนคลายนโยบายการเงินลงล่าสุดเมื่อวานนี้ตัวเลขผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ปรับตัวลดลงซึ่งแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรกำลังอ่อนแอ การเจรจา Brexit ก็มีความคืบหน้าน้อยมากทั้งๆ ที่เดตไลน์เพื่อให้ได้ทราบผลการเจรจาก็รออยู่ในสัปดาห์หน้านี้แล้ว ความเป็นไปได้ที่ Brexit จะจบลงด้วยการไม่ทำสนธิสัญญาทางการค้าใดๆ ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ประเทศต้องกลับเข้าสู่การล็อกดาวน์ตลอดหนึ่งเดือนเต็มนี้ทำให้ผับบาร์ ภัตตาคาร ยิม ร้านค้าที่ขายสินค้าฟุ่มเฟือยและสิ่งของไม่จำเป็นต้องปิดทำการหมด แน่นอนว่าการดำเนินการดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและทำให้การประชุมของ BoE วันนี้ต้องมีมาตรการอะไรสักอย่าง เป็นไปได้ว่า BoE อาจประกาศซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติมและคงจะลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจลง แต่คำถามสำคัญที่นักลงทุนอยากรู้มากที่สุดคือถึงเวลาที่ BoE จะลดอัตราดอกเบี้่ยลงมาจนติดลบแล้วหรือไม่?