นักลงทุนควรคาดหวังอะไรจากการรายงานตัวเลขนอนฟาร์มในวันนี้?

November 06, 2020

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักทุกตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับดอลลาร์ออสเตรเลีย และดอลลาร์นิวซีแลนด์ จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วเกิน 48 ชั่วโมงที่เรายังไม่ทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งตลาดลงทุนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ทราบผลภายในวันนี้ สิ่งที่นังลงทุนคาดการณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อเขาเริ่มโวยวายและยืนยันว่าจะตรวจสอบในทุกๆ รัฐที่ไบเดนชนะมาหลังจากวันที่ 3 พฤศจิกายน หมายความว่าผลการเลือกตั้งที่แท้จริงกว่าจะได้ทราบก็อาจยาวไปถึงสัปดาห์หน้า หากตอนนี้โจ ไบเดนสามารถชนะเพียง 1 ใน 4 จากรัฐเพนซิวาเนีย อาริโซนา เนวาดาและจอร์เจีย การเลือกตั้งครั้งนี้ก็จะได้ผลการเลือกตั้งที่ชนะอย่างไม่เป็นทางการมา หากว่าทรัมป์จะไล่ฟ้องในทุกๆ รัฐของไบเดนจริง คงต้องใช้เวลายาวไปจนถึงต้นปี 2021พฤติกรรมของราคาในตลาดหุ้นและสกุลเงินแสดงให้เห็นว่านักลงทุนตอนนี้ไม่ได้กังวลว่าใครจะเป็นผู้ชนะหรือความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งแล้วเพราะเมื่อคืนนี้ถือเป็นวันที่สองติดต่อกันที่ดัชนีดาวโจนส์ ทะยานขึ้นอีกมากกว่า 500 จุด สกุลเงินอื่นๆ นอกจากดอลลาร์ต่างพากันปรับตัวขึ้นกันหมดเช่นเดียวกับกราฟผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่เริ่มจะทรงตัวไม่วิ่งลงต่อ ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เมื่อคืนนี้เลยเป็นไปตามคาดเมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ดังเดิมเช่นเดียวกับจำนวนเงินที่ใช้ทำแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE)เฟดออกมาพูดเพียงแค่ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศยังคงฟื้นตัวต่อไป คำพูดของเฟดส่วนใหญ่ไม่แตะข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจของเดือนกันยายนเลยแต่เฟดกลับรับรู้ได้ว่าสถานการณ์การฟื้นตัวทางการเงินตอนนี้ยังอยู่ในสายตาของเฟด นายเจอโรม พาวเวลล์ประธานเฟดยังคงยืนยันคำพูดนี้และยังย้ำอีกว่าไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นเช่นไร มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่สองคือสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นการเลือกตั้งปีนี้เป็นที่สนใจจากผู้คนทั่วโลกมากจนลืมไปเลยว่าทุกๆ วันศุกร์แรกของเดือนเรามีนัดกับการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (NFP) ซึ่งวันนี้เป็นคิวของเดือนตุลาคมข่าวร้ายก็คือว่านักวิเคราะห์ได้ประเมินว่าอัตราการจ้างงานจะชะลอตัวแต่อัตราการว่างงานและอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น นี่เป็นผลตามมาจากการรายงานตัวเลขดัชนี PMI ที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตในภาคของการจ้างงานโดย ISM ที่ออกมาลดลงเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ นอกจากนี้รายงานตัวเลขคาดการณ์การจ้างงานจาก ADP เมื่อวันพุธก็แสดงให้เห็นด้วยว่าการจ้างงานมีการชะลอตัว แต่เพราะความสนใจในตลาดตอนนี้ยังอยู่กับผลการเลือกตั้ง ผลกระทบจากข่าวนอนฟาร์มวันนี้จะเกิดขึ้นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่นักลงทุนก็ควรได้ทราบข้อมูลว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่จะกระทบการรายงานตัวเลขการจ้างงานฯ วันนี้ปัจจัยเชิงบวกที่จะสนับสนุนให้ตัวเลขการจ้างงาน (NFP) ออกมาเพิ่มขึ้น1. ดัชนีบรรยากาศความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยมหาลัยมิชิแกนดีขึ้น2. ดัชนี PMI ภาคการผลิตในส่วนของการจ้างงานโดย ISM เพิ่มขึ้น3. รายงานตัวเลขการปลดพนักงานออกจากตำแหน่งของ Challenger ลดลง4. ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกวิ่งอยู่ในกรอบระหว่าง 858,000 คนกับ 787,000 คน5. ตัวเลขจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องลดลงปัจจัยเชิงลบที่จะทำให้ตัวเลขการจ้างงาน (NFP) ออกมาลดลง1. การรายงานตัวเลขดัชนี PMI ที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตในภาคของการจ้างงานโดย ISM ลดลง2. รายงานตัวเลขคาดการณ์การจ้างงานจาก ADP ออกมาลดลงจาก 753K เหลือ 365K3. ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนตุลาคมลดลงสกุลเงินปอนด์ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์หลังจากที่ได้ทราบนโยบายการเงินจากธนาคารกลางอังกฤษ (BoE)สำหรับตัวเลขอัตราดอกเบี้ย ทาง BoE ตัดสินใจคงเอาไว้เท่าเดิมแต่สิ่งที่ทำให้ตลาดประหลาดใจเล็กน้อยคือจำนวนเงินที่จะอัดฉีดเพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจจำนวน 150,000 ล้านปอนด์นั้นมากกว่าที่คาดการณ์ เหตุผลหลักๆ ที่สกุลเงินปอนด์ปรับตัวขึ้นทั้งๆ ที่มีการอัดฉีดเงินเข้าระบบเพิ่มเพราะ BoE ไม่พูดอะไรถึงการปรับอัตราดอกเบี้ยให้ลงมาจนติดลบ ในขณะเดียวกันกระทรวงการคลังก็ได้ขยายระยะเวลาของมาตรการรักษาการจ้างงานในภาคการผลิตซึ่งรัฐจะช่วยจ่ายเงินเดือนแทนบริษัทให้ 80% จากเงินเดือนที่แรงงานได้รับ ตามคำพูดของกระทรวงการคลัง พวกเขาจะให้มาตรการนี้คงอยู่ไปอีกห้าเดือนดอลลาร์แคนาดา แข็งค่าขึ้นก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานแม้ว่านักเศรษฐศาสตร์จะประเมินว่าตัวเลขดังกล่าวอาจมีการจ้างงานในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ที่น่ากังวลกว่าคือรายงานตัวเลขการว่างงานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นด้วย ดอลลาร์ออสเตรเลียทำผลงานขาขึ้นได้ดีเพราะข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจอย่างเช่นรายงานตัวเลขบัญชีการค้าและดัชนี PMI ภาคบริการออกมาดี สะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจกำลังเกิดขึ้นจริงอย่างช้าๆ